ศาลสูงแคนาดาเลื่อนชี้ชะตา ลูกสาวผู้ก่อตั้งบริษัท’หัวเว่ย’

ศาลสูงในเมืองแวนคูเวอร์ของแคนาดาเลื่อนการพิจารณาคำร้องบุตรสาวของผู้ก่อตั้งบริษัทหัวเว่ยได้รับการประกันตัว หรือจะเนรเทศเธอให้กับสหรัฐตามหมายจับ ท่ามกลางแรงกดดันอย่างหนักจากจีน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ว่าศาลสูงแห่งรัฐบริติชโคลัมเบีย ตั้งอยู่ในเมืองแวนคูเวอร์ซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐ ที่อยู่ทางตะวันตกของแคนาดา ประกาศเลื่อนการพิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวของน.ส.เมิ่ง หว่านโจว ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินและบัญชี ( ซีเอฟโอ ) ของบริษัทหัวเว่ย และยังเป็นบุตรสาวคนโตของนายเหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งบริษัท จากเดิมคือภายในวันทร์ที่ 10 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอังคารที่ 11 ธ.ค. ( 01.00 น. วันพุธตามเวลาในไทย )

ทั้งนี้ ศาลไม่ได้ให้เหตุผว่าเพราะเหตุใดจึงเลื่อนการตัดสิน โดยเจ้าหน้าที่ของทางการแคนาดาจับกุมน.ส.เมิ่งเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. “ตามหมายจับของสหรัฐ” ระหว่างเธอกำลังรอเปลี่ยนเครื่องบินอยู่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติแวนคูเวอร์ เพื่อเดินทางต่อไปยังเม็กซิโก หลังเดินทางมาจากฮ่องกง โดยรายงานระบุว่าศาลแขวงรัฐบาลกลางในนครนิวยอร์กออกหมายจับน.ส.เมิ่งเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา ฐานเจตนาบิดเบือนและปกปิดข้อมูลทางธุรกิจระหว่างบริษัทสกายคอมกับหัวเว่ย และอาศัยสกายคอม “ที่ในความเป็นจริง” ก็คือหัวเว่ย ทำธุรกรรมร่วมกับอิหร่านระหว่างปี 2552 ถึง 2557 ซึ่งความผิดดังกล่าวมีบทลงโทษจำคุกสูงสุดนานถึง 30 ปี

นายเดวิด มาร์ติน ทนายความของน.ส.เมิ่ง กล่าวว่าลูกความของเขามีปัญหารุมเร้าด้านสุขภาพ และหากได้รับการประกันตัว เธอยินดีให้เจ้าหน้าที่อายักหนังสือเดินทาง และสวมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อการันตีว่าเธอจะไม่หลบหนีออกจากแคนาดา แต่นายจอห์น กิบบ์-คาร์สลีย์ อัยการของรัฐบาลแคนาดา ยืนยันควรส่งตัวน.ส.เมิ่งให้แก่สหรัฐตามข้อตกลงผู้ร้ายข้ามแดน แต่เสนอหลักทรัพย์ประกันตัวไว้สูงถึง 15 ล้านดอลลาร์แคนาดา ( ราว 369.6 ล้านบาท ) และครึ่งหนึ่งต้องเป็นเงินสด

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับน.ส.เมิ่งยิ่งเป็นเชื้อไฟให้สงครามการค้าระหว่าวสหรัฐกับจีนลุกโชนรุนแรงขึ้นอีก โดยรัฐบาลปักกิ่งยืนกรานว่าทายาทคนโตของหัวเว่ย “ไม่ได้ทำอะไรผิด” และการค้าขายทางเทคโนโลยีกับอิหร่าน “เป็นไปตามกรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ” ไม่ใช่ “มาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียว” ของประเทศใด พร้อมทั้งแสดงความหวังว่ากฎหมายของแคนาดา “จะมีความเป็นธรรมเพียงพอ” เพราะมาตรการตอบโต้ของจีนในเรื่องนี้จะขึ้นอยู่กับการตัดสินของศาลเป็นสำคัญ.